ตำรวจภูธรภาค7 แถลงข่าวปิดคดีชิงทอง อ้างทำไปเพื่อเอาเงินปิดหนี้ ดูลาดเลา1วัน วัดดวงใช้ปืนปลอมพลาดแค่ตาย
วันที่14 มีนาคม 2569 เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ร่วมกันแถลงว่าพล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7 พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รองผกก.สส. สภ.เมืองนครปฐม สนธิกำลังฝ่ายสืบสวน กก.1 สส.ภ.7 กำลังพลสืบสวนกก.สส.ภ.จว.นครปฐม และสืบสวนเมืองนครปฐม ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา“ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ” ที่บ้านตำบลหลักสาม อ.บ้านแพ้ว จว.สมุทรสาคร พร้อมรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ที่ใช้ขี่มาก่อเหตุ สิ่งเทียมอาวุธปืน(แบลงค์กัน) หมวกกันน๊อก เสื้อที่ใส่ก่อนเข้าชิงทรัพย์ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2บาท 23 เส้นน้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่า3,680,000บาท ที่ซ่อนไว้ในกระป๋องน้ำมันเครื่อง ซุกอยู่ในบ้าน
เบื้องต้นนายสมชาย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าต้องการใช้เงินไปปิดหนี้สิน ที่เกิดจากการเล่นการพนัน และว่ามาดูลาดเลาก่อนลงมือ 1วัน ที่เลือกลงมือร้านนี้เพราะดูแล้วร้านทองร้านนี้ลงมือง่ายสุด ไม่มีเครื่องกรีดขวาง และเลือกใช้ปืนแบลงค์กัน วัดใจไปเลยว่าถ้าเผชิญหน้าตำรวจก็แค่ตาย เพราะใช้ปืนปลอม ซึ่งขณะหลบหนี ค่อยๆเปลี่ยนชุดทิ้งระหว่างทาง ซึ่งจำไม่ได้ว่าทิ้งตรงจุดไหนบ้าง
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ เข้ามาก่อเหตุเวลา19.27 น.(ตามเวลาในกล้อง) วันที่ 11 มีนาคม วันที่ 14 มีนาคม ตำรวจสามารถปิดคดีนี้ได้ในเวลาอันสั้นเพียง 72ชั่วโมง ทั้งที่หลังก่อเหตุ
คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีข้ามไป3จว. จุดตายของเคสนี้ต้องชื่นชมพิสูจน์หลักฐาน เมื่อเห็นภาพอาวุธปืน ชี้ได้เลยว่าเป็น“แบลงค์กัน” ยี่ห้อโซรากิ ประเทศตุรกี ทำให้การสืบสวนแคบลงทันที และขื่นขมน้องๆชุดสืบสวนที่ผนวกกำลังร่วมมือกันสืบสวนปิดคดีอย่างรวดเร็ว เพราะเนิ่นนาน คนร้ายจะค่อยๆนำทองออกมาขาย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น