ตำรวจทางหลวงหัวหิน สกัดจับขบวนการหลอกเช่ารถ ใช้ตัวตัดสัญญาณGPS เพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม เตรียมนำส่งประเทศเพื่อนบ้าน


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 2 ตำรวจทางหลวงหัวหินห้วยมงคล นำโดย พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สวญ.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. , ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ,ร.ต.ท.ชัยยา พระวังก่ำ , ร.ต.ต.สมโภชน์ รงค์วราโรจน์ , ร.ต.ต.ปรีชา ทัศนา รอง สว.(ป.)ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ,จ.ส.ต.ณัฏฐพงศ์ เวชชศาสตร์ และ จ.ส.ต.เอกรัตน์ วงศ์ชัยชน ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา เหตุหลอกเช่ารถจากสุราษฎร์ธานี ใช้ตัวรบกวนสัญญาณ GPS หวังนำส่งประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนถูกตำรวจตามรวบได้ที่หัวหิน

พฤติการณ์เหตุที่จับกุม ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้รับแจ้งจาก นายกิตติภูมิ อายุ 30 ปี ราษฎรชาว หมู่ 3 ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ผู้เสียหายให้ช่วยติดตามรถยนต์ที่ถูกลักไป เป็นรถยนต์ SUV ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 ก.ค.68 เวลาประมาณ 12.30 น. ได้มี น.ส.สุภาพรฯ ผู้ถูกจับที่ 1 และ น.ส.เขมนันท์ฯ ผู้ถูกจับที่ 2 มาติดต่อขอเช่ารถยนต์คันดังกล่าวไปจากผู้เสียหาย ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.68 เวลาประมาณ 05.00 น. ผู้เสียหายพบไม่สามารถติดตามสัญญาณ GPS รถยนต์ของตนได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่ารถยนต์ดังกล่าวถูกลักไป ด้วยวิธีการทำสัญญาหลอกเช่ารถยนต์ โดยผู้เช่าไม่ได้มีเจตนาที่จะเช่ารถมาตั้งแต่แรก แต่ทำทีเป็นมาของเช่ารถจากผู้เสียหาย เพื่อต้องการจะลักรถยนต์ไป ผู้เสียหาย จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเช่า ที่ สภ.พุนพิน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และได้ประสานมายังตำรวจทางหลวง เพื่อให้ช่วยติดตามรถยนต์คันดังกล่าวคืน 

ต่อมา วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ได้พบรถยนต์คันดังกล่าว มีตำหนิรูปพรรณตรงกันกับที่ผู้เสียหายได้แจ้งให้ช่วยติดตาม อยู่ที่บริเวณไฟแดงแยกหนองไผ่ ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 37 (สายชะอำ–ปราณบุรี) กม.ที่ 39 ขาขึ้นกรุงเทพฯ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรียกให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจสอบ พบรถยนต์ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณและหมายเลขทะเบียน ตรงกับที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ มีผู้ถูกจับที่ 1 ทรายชื่อ นางสาวสุภาพร อายุ38 ปี ราษฎรชาว หมู่13 ต.โคกศิลา อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ และผู้ถูกจับที่ 2 ชื่อนางสาวเขมนันท์ อายุ39ปี ราษฎรตามทะเบียนราษฎร์ เขตดินแดง กรุงเทพฯ เป็นผู้โดยสาร จากนั้นจึงได้ขอทำการตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกจับกุมทั้งสองดูจนเป็นที่พอใจและยินยอมให้ตรวจค้นผผลการตรวจตค้นพบของกลาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัดสัญญาณ GPS อยู่ในกระเป๋าถือของผู้ถูกจับที่ 2 และ พบแผ่นป้ายทะเบียนรถ(ป้ายแดง)พร้อมสมุดคู่มือประจำรถใช้กับเครื่องหมายพิเศษ(เล่มป้ายแดง) อยู่ในกระเป๋าเป้า สัมภาระของผู้ถูกจับที่ 2 ภายในรถยนต์ 

โดยจากพฤติการณ์ของผู้ถูกจับ ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้แล้วแจ้งให้ช่วยติดตามรถยนต์คืน รวมถึงขณะทำการตรวจค้นตัวตัดสัญญาณ ซึ่งมีไว้เพื่อตัดสัญญาณ GPS ติดตามรถยนต์ และของกลางป้ายแดงพร้อมสมุดคู่มือเล่มป้ายแดง ซึ่งพบขณะตรวจค้น เชื่อว่ามีไว้เปลี่ยนใส่รถยนต์ที่เช่ามา โดยใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อปิดบังอำพรางเลขที่เบียนรถยนต์ที่แท้จริงให้พ้นจากการตรวจสอบ อีกทั้งการเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี กระทำในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้เสียหายนอนหลับพักผ่อน ไม่ได้ทำการตรวจสอบ GPS รถยนต์ จึงเชื่อว่าได้ผู้ถูกจับที่ 1 และ ที่ 2 มีเจตนาที่จะลักรถยนต์ของผู้เสียหายมาแต่แรก โดยมีการตระเตรียมการมาก่อนแและอยู่ระหว่างพารถยนต์ หลบหนีออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นกรณีที่มีหลักฐานตามสมควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดย หากเนิ่นช้า รถยนต์คันดังกล่าวอาจสูญหาย ถูกขาย หรือถูกโยกย้ายเสียก่อน จึงเป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้ ตาม ป.วิอาญา มาตรา 78(๓) ประกอบ มาตรา 66(2)

โดยจากการตรวจสอบประวัติคดีอาญาในระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้ถูกจับที่ 2 ยังเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.77/2568 ลงวันที่ 16 มกราคม 2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” และ หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ จ.601/2568 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” นอกจากนี้ยังพบประวัติถูกดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ ที่ สน.บางรัก , สน.บางพลัด และ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์อีกด้วย จากของกลางที่ตรวตยึดได้ และแผนประทุษกรรมประกอบพฤติการณ์ดังกล่าว เห็นแล้วว่าผู้ถูกจับที่ 1 และที่ 2 เจตนาเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ร่วมกันลักทรัพย์” ผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 รับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิดังกล่าวข้างต้นแล้ว จึงได้ควบคุมตัวมายังหน่วยบริการฯตำรวจทางหลวงห้วยมงคล จัดทำบันทึกจับกุม จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

------------------------------
ภาพ/ข่าว : จ่าเจหวานเจี๊ยบ เวหา168 ทีมข่าวพิเศษ สายหลอนบนทางหลวง #สำนักข่าวเหยี่ยวเวหานิวส์ 
รายงานข่าว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เขตตลิ่งชัน,สน.ตลิ่งชัน, ศูนย์บริการสาธารณสุข 49,อสส.ตลิ่งชัน, กลุ่มเพื่อสุขภาพประชาชน, ชมรมเยาวชนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจบุหรี่และรายการเลิกบุหรี่ดีต่อใจปีที่7 ผนึกกำลังต้านบุหรี่ไฟฟ้าในเขตตลิ่งชัน

กลุ่มเพื่อสุขภาพประชาชนหารือร่วม อสส.36 เขต ในการปรับสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพ อสส.ในอนาคตให้ดีขึ้น

กลุ่มเพื่อสุขภาพประชาชน , ชมรมเยาวชนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจบุหรี่ , รายการเลิกบุหรี่ดีต่อใจปีที่7,อสส. เขตคลองสามวา, ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 และ สน.นิมิตรใหม่ ผนึกกำลังร่วมต้านบุหรี่ไฟฟ้า