ตำรวจทางหลวงประจวบฯ จับกุมชายวัย32ปี แอบลักตัดสายไฟฟ้าริมถนน สารภาพแอบขโมยไปขายซื้อยาบ้าเสพ
วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 12.10 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 2(ประจวบคีรีขันธ์) ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รั่วมกันจับกุมตัว นายเตวิช (สงวนนามสกุล)อายุ 32 ปี ราษฎรหมืที่ 3 ต.เวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย โดยกล่าวหาว่า “พยายามลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท๑ (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจาก นายณรงค์ฤทธิ์ สิงห์เรือง ตำแหน่ง นายช่างโยธาปฏิบัติงานว่ามีการพบบุคคลต้องสงสัยกำลังก่อเหตุลักทรัพย์เป็นสายไฟฟ้า ซึ่งฝังอยู่ในพื้นดินริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 37 สายชะอำ–ปราณบุรี ขาล่องใต้ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกตรวจในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณ ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 37 สายชะอำ–ปราณบุรี กิโลเมตร ที่ 27 + 950 ขาล่องใต้ ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่จุดรับแจ้ง พบบุคคลขณะกำลังใช้มือลากดึงสายไฟฟ้าขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ข้างตัวมีของกลางรายการที่ 1 – 2 วางอยู่ที่พื้นใกล้ๆ ตัวผู้ถูกจับกุม ท่าทางมีพิรุธน่าสงสัย เมื่อผู้ถูกจับกุมพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ผู้ถูกจับกุมแสดงอาการตกใจและพยายามหมอบหลบแนบกับพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแสดงตัวและควบคุมตัวไว้ที่บริเวณดังกล่าว จากนั้นจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบถามทราบชื่อว่า นายเตวิช (สงวนนามสกุล)อายุ 32 ปี จากนั้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกจับกุมดูจนเป็นที่พอใจและยินยอมให้ตรวจค้น จึงได้ทำการตรวจค้นตัวผู้ถูกจับกุม
ผลการตรวจตค้นพบของกลางซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการขุด และลักลอบตัดสายไฟฟ้า (รายละเอียด ปรากฏตามของกลาง และตำแหน่งที่พบของกลางข้างต้น) โดยขณะตรวจค้นไม่พบสายไฟฟ้าของทางราชการอยู่ที่ตัว หรือที่บริเวณรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของผู้ถูกจับกุม โดยจากพฤติการณ์ของผู้ถูกจับกุมขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการขุดและตัดสายไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ที่พบขณะทำการตรวจค้น มีเหตุอันควรเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ถูกจับกุมอยู่ระหว่างลงมือกระทำความผิด โดยใช้อุปกรณ์ทำการขุด และใช้แรงกายภาพดึงสายไฟขึ้นมาจากพื้นดิน และจะได้ใช้อุปกรณ์ที่นำมาด้วย ทำการตัดสายไฟฟ้า ซึ่งเป็นทรัพย์ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ลักเอาไปเป็นของตนโดยทุจริต แต่กระทำไปได้ไม่ตลอด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการตรวจพบก่อน และถ้าหากสามารถเคลื่อนย้ายสายไฟฟ้าได้อันเป็นความผิดสำเร็จ ผู้ถูกจับกุมจะได้นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง บรรทุกสายไฟฟ้าที่ลักมาได้ และหลบหนีไปจากบริเวณที่เกิดเหตุ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตพบว่าผู้ถูกจับกุมมีอาการคล้ายคนเสพยาเสพติด จึงได้สอบถามผู้ถูกจับกุมว่าได้เสพยาเสพติดหรือไม่ ผู้ถูกจับกุมรับว่าตนได้เสพยาบ้ามาเมื่อวันนี้ 25 พ.ค.68 เวลาประมาณ 21.00 น. จำนวน 2 เม็ด ที่บ้านพักของตนก่อนถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงขอทำการตรวจปัสสาวะของผู้ถูกจับ โดยผู้ถูกจับ ยินยอมให้ทำการตรวจโดยสมัครใจ ผลการตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดในปัสสาวะ จึงได้นำตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจ โดยกลุ่มงานพยาธิวิทยา ที่โรงพยาบาลหัวหิน ต่อมาได้รับผลตรวจยืนยันจากโรงพยาบาลหัวหิน ตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีการ อิมโมโนวิทยา พบสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) ในปัสสาวะ ของนายเตวิชฯ ผู้ถูกจับกุม เลขที่ตัวอย่าง 640058078 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 14.45 น. จากพฤติการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “พยายามลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท๑ (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ผู้ถูกจับกุม รับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิดังกล่าวข้างต้นแล้ว จึงได้ควบคุมตัวมายังหน่วยบริการฯ ตำรวจทางหลวงหัวหิน จัดทำบันทึกจับกุม จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. , พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุลผบก.ทล. , พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. , พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง,พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล. , พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สวญ.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ,พ.ต.ท.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล.
-----------------------------
ภาพ/ข่าว : จ่าเจหวานเจี๊ยบ เวหา168 ทีมข่าวพิเศษ สายหลอนบนทางหลวง สำนักข่าวเหยี่ยวเวหานิวส์
รายงานข่าว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น