สืบนครบาล รวบผู้ต้องหา 5 ราย กลุ่มบัญชีม้าคอลเซ็นเตอร์ หลอกยายวัย 82 โอนเงิน สูญกว่า 2.5 ล้าน
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท. รอง ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เร่งทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับใน 11 ราย ที่ถูกออกหมายจับกรณีเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ร่วมกันหลอกคุณยายวัย 82 ปี ให้โอนเงินรวมกว่า 20 ครั้ง สูญเงินกว่า 2,580,000 ล้านบาท เหตุเกิดท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 20.40 น. ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายวันชัย ปรางค์นอก อายุ 45 ปี (ที่อยู่ 80/226 ม.10 ต.วังน้ำเขียวอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.990/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตน ว่าเป็นคนอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ที่บิดเบื่อนและปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่บริเวณหน้าบ้าน ม.10 ต.วังน้ำเขียวอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับว่า ผู้ต้องหามีเพื่อน ชื่อสุริโย ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ได้มาชักชวนคนในหมู่บ้าน 5 คนร่วมทั้งตัวผู้ต้องหาไปทำงานเป็นบัญชีม้า โดยผู้ต้องหาอ้างว่า เป็นบัญชีม้าให้กับแก๊งการพนันออนไลน์ ในฝั่งปอยเปต ตึก 10 ชั้นหน้าตึกเขียนว่า มังกรฟ้า555 โดยตัวผู้ต้องหาอยู่ชั้นที่ 5 และไม่รู้ว่าชั้นอื่นทำอะไรบ้าง ถูกจำกัดบริเวณ ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้ค่าจ้าง ครั้งละ 20,000 บาท ไปอยู่ประมาณ 15 วันต่อครั้ง โดยผู้ต้องหาได้เปิดบัญชีไปจำนวน 4 บัญชี ตัวผู้ต้องหาได้ไปครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.66 กลับเข้ามาประมาณวันที่ 29 ส.ค.66 หลังจากนั้นเพื่อนคนเดิมได้มาชักชวนเพื่อไปทำอีกแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ตามวัน เวลา สถานที่ดังกล่าวเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายวันชัย ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 16.00 น.ได้ติดตามจับกุม น.ส.กัญญารัตน์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.994/66 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย ตำบลบ้านกรด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับว่า ต้องหารับสารถาภาพว่า ได้รับจ้างเปิดบัญชีให้กับบุคคลที่ทักมาทางช่องทางเฟซบุ๊ก ตั้งแต่เมื่อประมาณปี 2565 ซึ่งตนนั้นจำได้ไม่แน่ชัด โดยบัญชีดังกล่าวที่ถูกนำมาใช้ในการกระทำความผิดนั้นตนนั้นได้ไปทำการเปิดเมื่อประมาณ เดือนกรกฎาคม 2565 เป็นบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ ไม่สามารถจำเลขบัญชีได้ พร้อมบัตรเอทีเอ็ม รวมจำนวน 2 บัญชี ได้ค่าจ้างเปิดบัญชีบัญชีละ 15,000 บาท โดยเมื่อเปิดบัญชีแล้ว ผู้ว่าจ้างได้แจ้งว่าให้ส่งสมุดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มไปให้ที่ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยตนนั้นได้ส่งผ่านขนส่งเอกชน ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่าตนเองถูกออกหมายจับและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 16.00 น.ได้ติดตามจับกุม นายมานะ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.993/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน"ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" และเป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงสระบุรีที่ 79/2565 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2565 กระทำความผิดฐาน "ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น" โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่บริเวณแคมป์คนงานด้านข้างบ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.มวกเหล็ก ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธ โดยกล่าวว่าเมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน 2566 ได้เปิดบัญชีธนาคารเกียรตินาคินภัทร ทางออนไลน์ ด้วยโทรศัพท์มือถือ และผู้ต้องหาได้เปิดบัญชีธนาคารอื่นๆ อีกหลายบัญชีต่อมา ตนได้ทำโทรศัพท์มือถือ OPPO หายที่บ้านของป้า ม.4 ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี (เป็นบ้านตามทะเบียนราษฎร์ของผู้ต้องหา) ซึ่งโทรศัพท์ได้ทำการผูกบัญชีธนาคารไว้ และรหัสแอปพลิเคชั่นธนาคารได้ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ ไม่ทราบว่าผู้ใดนำไปใช้ต่อหรือใช้ในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 12.30 น.ได้ติดตามจับกุม นางสาวจิราวรรณ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.991/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่บริเวณหน้าบ้านหมู่ 2 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่ทราบถึงการหลอกลวงที่ปรากฎในพฤติการณ์ในคดี แต่ให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2566 ได้มีเพื่อนได้มาชักชวนให้ตนเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย ไม่ทราบหมายเลขบัญชีให้เพื่อนคนดังกล่าวใช้ โดยให้เงินเป็นค่าเช่าบัญชีเดือนละ 700 บาท โดยปัจจุบันผู้ต้องหาได้รับเงินค่าตอบแทนดังกล่าวแล้วจำนวน 2,100 บาท และไม่สามารถติดต่อเพื่อนคนดังกล่าวได้อีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 23.40 น. ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายอนันต์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.997/2566 ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตัวเป็นผู้อื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซัก ถนนสนามจันทร์ ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา รับว่าตนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในพื้นที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบอาชีพ พนักงานส่งอาหารของบริษัทแห่งหนึ่ง วิ่งรับงานในพื้นที่เมืองนครปฐม เกี่ยวกับกรณีที่ตนถูกจับกุมตามหมายจับน่าจะเป็นกรณีที่ เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนสิงหาคม 2566 ตนได้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต เลขที่บัญชีจำได้ 4 ตัวท้าย 8325 ชื่อบัญชี นายอนันต์ ที่ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีนครปฐม โดยวัตถุประสงค์ในการเปิดบัญชีเพื่อใช้เป็นบัญชีรองรับเงินเดือนของแฟน ซึ่งจะมีการโอนต่อเข้ามาพักไว้ในบัญชีหลังจากเงินเดือนออกทุกเดือน รวมทั้งเงินของตนซึ่งหาได้เป็นรายวัน เพื่อใช้เป็นบัญชีสำหรับนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นกู้ซื้อบ้าน , ยื่นผ่อนซื้อโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนยื่นสมัครสินเชื่อเงินสดต่างๆ แต่เนื่องจากฐานเงินเดือนของแฟน และรายได้ต่อวันของตนไม่เยอะมาก ทำให้เมื่อตนและแฟนโอนเงินเดือนและเงินที่ตนหาได้รายวันเข้าไปในบัญชีดังกล่าวแล้ว จะสามารถมียอดเงินคงค้างในบัญชีดังกล่าวได้ไม่นานก็จะถอนเงินออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รายการเดินบัญชีมีรายการเงินหมุนเวียนไม่คงที่ จึงคิดหาวิธีการแก้ไข
เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนกันยายน 2566 ตนและแฟนจึงได้ไปปรึกษากับผู้ใหญ่ที่ตนเคยรู้จัก ซึ่งผู้ใหญ่คนดังกล่าวได้แนะนำและรับปากว่าจะนำบัญชีธนาคารที่ตนเปิดดังกล่าวนั้น ไปใช้เพื่อปรับแต่งรายการเดินบัญชีให้คงที่ให้ ตนจึงได้มอบบัญชีธนาคารนั้นให้ผู้ใหญ่คนดังกล่าวไปใช้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน 2566 เป็นต้นมา โดยได้ให้สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมกับเปิดซิมโทรศัพท์มือถือลงทะเบียนในนามชื่อตนนำไปใช้ด้วยในคราวเดียวกัน
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 13.30 น. ตนและแฟนได้เดินทางไปที่ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีนครปฐม เพื่อจะไปเบิกถอนเงินออกไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ จำนวน 5,000 บาท เมื่อไปทำรายการเบิกถอนเงินที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร ปรากฏเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าบัญชีธนาคารของตนขณะนี้ถูกอายัด จึงไม่สามารถทำรายการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีได้ ตนจึงทราบว่าบัญชีธนาคารมีปัญหาตั้งแต่นั้น จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ตามวัน เวลา สถานที่ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายอนันต์ หรือไมค์ ดอนมะเกลือ ผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
---------------------------------
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย อีกทั้งแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า อย่าให้บัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้เด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างมหาศาล ตลอดจนโทษกรณีการเปิดบัญชีม้า ณ ปัจจุบัน มีอัตราโทษหนัก คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(บัญชีม้า) นอกจากนี้ ผู้เป็นธุระจัดหา จ้างผู้อื่นมาเปิดบัญชีม้าก็มีโทษหนักเช่นเดียวกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (คนจัดหาบัญชีม้า) หากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น