#สำนักข่าวเหยี่ยวเวหานิวส์
❤️🇹🇭ส่งกำลังใจไปสุไหงโก-ลก
#น้ำท่วมสุไหงโก-ลก ปริมาณฝนสะสมสูงกว่าช่วงหน้าฝนกว่าเท่าตัว ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก
จังหวัดนราธิวาส ได้มีปริมาณฝนตกสะสมเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่วันที่ 24-26 ก.พ.65 อำเภอสุไหงโก-ลก มีฝนตกสะสม จำนวน 575.8 มิลลิเมตร อำเภอแว้ง มีฝนตกสะสม จำนวน 581.6 อำเภอสุไหงปาดี มีฝนตกสะสม จำนวน 635.8 มิลลิเมตร อำเภอสุคิริน มีฝนตกสะสม จำนวน 672 มิลลิเมตร
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่อำเภอสุไหงโก-ลก ปริมาณน้ำในแม่น้ำโก-ลก ทะลักเข้ามาทางชุมชนตันหยงมะลิและเข้าท่วมหลายพื้นที่ในเขตชุมชน ระดับน้ำสูงสูงประมาณ 50-150 เซนติเมตร และในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่ตำบลมูโนะ น้ำเอ่อล้นจากพนังกั้นน้ำและเข้าท่วมพื้นที่ตลาดมูโนะ และทั้ง 5 หมู่บ้าน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอและ อส.เข้าสนับสนุนภารกิจการอพยพประชาชนและขนย้ายสิ่งของไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเตรียมเปิดครัวทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ตำบลมูโนะ โดยจะเริ่มในวันที่ 28 ก.พ.65
ด้านเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และ องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ ได้เร่งอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โดยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ให้เข้าพัก ณ ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 ส่วน อบต.มูโนะ ได้เตรียมศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย ศูนย์เด็กเล็กนูยาบา และศูนย์กีฬามูโนะ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง2 แห่งได้เตรียมทำข้าวกล่องแจกจ่ายครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัย
ขณะที่เส้นทางการเดินทางจากอำเภอสุไหงโก-ลกไปตากใบ บริเวณหน้าวิทยาลัยการอาชีพ น้ำจากแม่น้ำโก-ลกไหลเข้าท่วมถนนสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เช่นเดียวกับเส้นทางอำเภอสุไหงปาดี-นราธิวาส ที่รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้
ทั้งนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยได้เคลื่อนลงสู่ช่องแคบมะละกาแล้ว ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรงทำให้ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 จะมีฝนหนักหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีคลื่นสูง 2-3 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
ข้อมูล/ที่มา : สวท.สุไหงโก-ลก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น